ยกระดับใบตองไทย โกยเงินกว่า 50 ล้านบาท


สูตรสำเร็จในเจาะตลาดการค้า โดยมองข้างคู่แข่งหันมาชูใบตองไทยสู่ต่างประเทศ พร้อมหาจุดอ่อนเพื่อพัฒนากระบวนการผลิต ไปพร้อมกับปรับกระบวนการทำงานให้เต็มขีดความสามารถ ที่ไม่ส่งผลต่อการความสูญเสีย จนทำให้รายได้เพิ่มจากเดิม 7-8% เป็น 20% อีกทั้งมีผลพลอยได้ซึ่งทำให้คนรู้จักแบรนด์สินค้านี้เพิ่มมากขึ้น
     
จากใบตองธรรมดา ๆ ได้กลายเป็นสินค้าส่งออกทำรายได้มหาศาล เกือบปีละร้อยล้านบาท โดย ดร.นงนุช อธิพันธุ์อำไพ ทายาทธุรกิจ บริษัท โอชาฟูดแพ็ค จำกัด ซึ่งครอบครัวของเธอแต่เดิมทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหารส่งออกมายาวนาน โดยเฉพาะค้าข้าว กระทั่งปีพ.ศ.2551 ได้ลงทุน 70 ล้านบาท เพื่อขยายกิจการสร้างโรงงานอาหารแช่แข็งส่งออกสินค้าเกษตรไทยนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นพืช ผัก และผลไม้ไทย เพื่อต้องการขายให้แก่ชาวเอเชียที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในหลาย ๆ ประเทศ รวมไปถึงการส่งออกไปยังร้านอาหารไทยในต่างแดน ที่กำลังได้รับความนิยมมีเปิดใหม่จำนวนมากอีกด้วย
     
สำหรับการส่งออกผลผลิตเกษตรนั้น ได้ใช้เทคโนโลยี Air Blast โดยแช่เยือกแข็งในอุณหภูมิ -40 องศาเซลเซียส และเก็บรักษาไว้ในห้องเย็นที่อุณหภูมิ -25 องศาฯ เพื่อคงคุณสมบัติความสดไว้ และเมื่อจะนำมาใช้ก็แค่ปล่อยให้ละลายในอุณหภูมิปกติก็สามารถใช้งานได้แล้ว ซึ่งสินค้าส่งออกมีทั้ง ผักแช่เยือกแข็งแทบทุกชนิด เช่น ชะอม กระเพรา สะเดา ใบเตย ฯลฯ และในเวลาต่อมาได้ขยายธุรกิจสู่การแปรรูปขนมหวานไทยแช่แข็งด้วย แต่สินค้าส่งออกมากที่สุดตอนนั้นคือใบตอง แต่ด้วยได้กำไรที่น้อยมาก เฉลี่ยแค่ 7-8% น้อยจนไม่อยากทำ รวมไปถึงก็ใช้แรงงานคนจำนวนมากเช่นกัน ก็เลยคิดจะเลิกทำดีกว่า แต่เมื่อมาดูปริมาณการสั่งที่ยังมีอยู่สม่ำเสมอ อีกทั้งเป็น 1 ใน 3 ของสินค้าที่ส่งออกมากที่สุดด้วย อีกทั้งลูกค้าก็หาซื้อสินค้านี้ได้ยาก เพราะคู่แข่งรายอื่นๆ เลิกทำไปเกือบหมดแล้ว ดร.นงนุช เลยตัดสินใจจะส่งออกใบตองต่อ แต่ต้องหาวิธีจะลดต้นทุน เพื่อเพิ่มกำไรอีกทาง

เพราะฉะนั้นวิธีที่จะทำให้ใบตองกลับมามีกำไรเพิ่มขึ้น ดร.นงนุช ได้ปรับกระบวนการผลิตจากเดิมที่ไม่ค่อยให้ความสำคัญในรายละเอียดมากนัก มองแค่ “ขาเข้า” ที่เกษตรกรนำใบตองมาส่งเป็นม้วนๆ ว่าราคาเท่าไร กับ “ขาออก” ที่แช่แข็งบรรจุเป็นแพคแล้ว ส่งออกได้กำไรเท่าไร จนกระทั่งเจอจุดอ่อนขั้นตอนระหว่างกลางในกระบวนการผลิต โดยเฉพาะเรื่องแรงงานคน ที่ยังไม่สามารถทำงานได้เต็มขีดความสามารถสูงสุด จึงเริ่มปรับมาตรฐานการทำงานให้รวดเร็วขึ้น ควบคู่ไปกับการลดความสูญเสีย ถึงแม้ดร.นงนุช จะเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์อาหาร ไม่มีความรู้เรื่องการผลิตในโรงงานเลย ฉะนั้นต้องหาความรู้ใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งจากเดิมที่คิดว่าใบตองแค่ตัดแต่งทำความสะอาดแล้วแพคแช่แข็งส่งออกก็จบ แต่ไม่เจาะลึกไปว่าพนักงานแต่ละคนมีวิธีหยิบอย่างไร ล้างอย่างไร ตัดอย่างไร พอดูในรายละเอียดถึงได้รู้ว่า แต่ละคนมีวิธีทำไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงค่อย ๆ ปรับทีละจุด เช่น วางใบตองอย่างไรจะตัดได้เร็วขึ้น เป็นต้น และจากที่กระบวนการบรรจุใบตอง 1 ชุด เคยใช้เวลา 191 วินาทีให้เหลือแค่ 90 วินาที เมื่อผลิตได้เร็วขึ้น ค่าใช้จ่ายก็ลดลง ทำให้ผลกำไรได้มากขึ้นตามมา ดังนั้นวิธีนี้ช่วยในการวางแผนจัดการสินค้า และที่สำคัญลดกระบวนการผลิตจาก 3 ขั้นตอนเหลือ 2 ขั้นตอน ประหยัดเวลาการผลิตลงจาก 3 วันเหลือ 2 วัน ลดคนงานส่วนนี้จาก 35 คน เหลือเพียง 23 คน และเมื่อทำงานเสร็จแล้ว ก็ไม่ต้องเปิดโอที ช่วยให้ลดค่าใช้จ่ายเฉพาะส่วนนี้กว่า 1,300,000 บาท ต่อปี ทั้งนี้ปริมาณการส่งสินค้าตอนนี้อยู่เท่าเดิม แต่ได้ผลกำไรมากขึ้น จาก 7-8% ปัจจุบันเพิ่มเป็นกว่า 20%
     
ส่วนสำหรับใบตองที่ผลิตส่งออกนั้นดร.นงนุชเจาะจงเป็นพันธุ์ตานีเท่านั้น เพราะใบใหญ่และแข็งแรง ซึ่งแหล่งที่มาจะรับซื้อจากกลุ่มเกษตรกรที่รวบรวมมาขายให้โรงงานสัปดาห์ละ 16 ตัน โดยกำหนดทั้งขนาด สี และตรวจเชื้อโรค เพื่อความปลอดภัยให้ได้มาตรฐานการส่งออกด้วย ซึ่งตลาดส่งออกหลัก คือ สหรัฐฯ แคนาดา ออสเตรเลีย และทวีปยุโรป พร้อมทั้งผ่านทางร้านค้าขายส่งสินค้าไทย และร้านอาหารไทยในต่างประเทศที่จะนำใบตองไปใช้ห่อขนมไทย และตกแต่งจานอาหาร นอกจากนี้ทางบริษัทยังส่งออกอาหารแช่แข็งอีกหลากหลายชนิด ทั้งหมวดผัก ผลไม้ และขนมหวาน รวมกว่า 35 รายการ ภายใต้แบรนด์ Ocha และ Red-Drago ทั้งนี้รายได้เมื่อปีที่ผ่านมารวมกว่า 300 ล้านบาท ถ้าเจาะจงเฉพาะใบตองก็ประมาณ 40-50 ล้านบาท แต่ในความเป็นจริงแล้ว สินค้าใบตองที่ส่งไปยังต่างประเทศมีไม่มากนัก ซึ่งกลุ่มลูกค้าค่อนข้างจะเท่าเดิมขายได้เรื่อยๆ แต่อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น เนื่องจากมีผู้ส่งออกสินค้าชนิดนี้น้อย การแข่งขันจึงไม่สูง ทำให้เราเป็นที่รู้จักของลูกค้าทั่วไป หากต้องการจะสั่งใบตองมักจะนึกถึงบริษัทของเรา อีกทั้งยังมีประโยชน์พลอยได้อีก เช่น สร้างแบรนด์ให้ลูกค้ารู้จัก และเวลาส่งใบตองสามารถสอดแทรกสินค้าอื่นๆ ไปขายต่อได้อีกด้วย

ที่มา
smart sme
smartsme.tv
สั่งซื้อสินค้า จาก ฟาร์มเกษตร โทร 090-592-8614 ส่งฟรีถึงบ้าน เก็บเงินปลายทาง
ผลิตภัณฑ์บำรุงพืชและระบบโภชนาการพืช พัฒนาเพื่อเสริมประสิทธิภาพการเจริญเติบโต เพิ่มคุณภาพผลผลิต และฟื้นฟูสมดุลดินอย่างยั่งยืน
ดูโบรชัวร์รายการสินค้าสำหรับ
นาข้าว | ไร่มันสำปะหลัง | ไร่อ้อย
Humic FK (ฮิวมิค FK)
จุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูดิน กระตุ้นการพัฒนาราก เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมธาตุอาหาร และช่วยฟื้นฟูความแข็งแรงของพืช
ดูโบรชัวร์สินค้า
FK-1 (ปุ๋ยทางใบ FK-1)
ปุ๋ยทางใบระบบ 2 ส่วน ประกอบด้วย NPK เข้มข้น เสริม Mg และ Zn เพื่อเร่งการเจริญเติบโตและเพิ่มศักยภาพผลผลิต
ดูโบรชัวร์สินค้า
Meldar (เมลด้า Mg 5% + Zn 1%)
สูตรแมกนีเซียมและสังกะสี ช่วยเสริมการสังเคราะห์แสง เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการเมตาบอลิซึมของพืช
ดูโบรชัวร์สินค้า
Calpha (แคลฟ่า Ca 10% + B 1%)
สูตรแคลเซียมและโบรอน ช่วยเสริมความแข็งแรงผนังเซลล์ เพิ่มคุณภาพดอก และเพิ่มความแน่นของผล
ดูโบรชัวร์สินค้า
FK-3 (ปุ๋ยทางใบ FK-3)
ปุ๋ยทางใบสูตร 5-10-40 + Mg + Zn เน้นโพแทสเซียมสูง เพื่อเสริมการขยายผล การเคลื่อนย้ายอาหาร และเพิ่มคุณภาพผลผลิต
ดูโบรชัวร์สินค้า
Pannon (แพนน่อน แมนโคเซป)
สารป้องกันกำจัดเชื้อราแมนโคเซป ออกฤทธิ์แบบสัมผัส ใช้เพื่อการป้องกันโรคพืช ช่วยรักษาเสถียรภาพสุขภาพพืช
ดูโบรชัวร์สินค้า
ติดต่อ FarmKaset
หากมีคำถาม ข้อเสนอแนะ หรือปัญหาการใช้งานแอป สามารถติดต่อทีมงาน FarmKaset ได้โดยตรง
LINE ID : @FarmKaset

Popular posts from this blog

โรคของพืชตระกูลมะเขือ มะเขือใบเหลือง มะเขือใบไหม้ มะเขือใบแห้ง ใบด่าง โรคมะเขือจากเชื้อรา และการป้องกันกำจัด

แมลงศัตรูพืชที่ควรรู้จัก ตอนที่ 7

โรคมะพร้าวยอดเน่า โรคใบจุดมะพร้าว โรคมะพร้าวต่างๆ ที่มีต้นเหตุจากเชื้อรา แก้ด้วย ไอเอส