วิกฤติฝนแล้งหนักที่สุดในรอบ 30 ปี งดส่งน้ำปลูกข้าวนาปี 4 ล้านไร่ ผลผลิตหายวับ 1.5 หมื่นล้านบาท


นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยหลังการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำว่า ฤดูแล้งที่ผ่านมา กรมชลฯประกาศงดการทำนาปรังในลุ่มน้ำเจ้าพระยา และลุ่มน้ำแม่กลอง แต่ปรากฏว่ามีชาวนาฝ่าฝืนประกาศและทำนาปรังไปมากกว่า 6 ล้านไร่ และได้ใช้น้ำในเขื่อนหลัก 4 แห่ง ประกอบด้วย เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ ป่าสักชลสิทธิ์ และแควน้อยบำรุงแดน ที่เป็นแหล่งน้ำสำคัญของภาคเหนือและลุ่มเจ้าพระยารวมทั้งสิ้นประมาณ 1,200 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) จึงเหลือน้ำในเขื่อนหลักสำหรับการปลูก ข้าวนาปีระหว่างเดือน พ.ค.-ต.ค.นี้ เพียง 3,800 ล้าน ลบ.ม. จากที่วางแผนไว้ว่าต้องมี 5,000 ล้าน ลบ.ม.

ทั้งนี้ หลังระบายน้ำจากเขื่อน เพื่อช่วยการปลูกข้าวที่ปลูกไปแล้วประมาณ 2.8 ล้านไร่ แต่ฝนยังไม่มาเติมน้ำในเขื่อน โดยปริมาณฝนปีนี้ต่ำที่สุดในรอบ 30 ปี กรมชลฯ จึงขอประกาศงดส่งน้ำให้แก่นาข้าวที่ยังไม่เริ่มปลูกข้าวนาปีประมาณ 4.2 ล้านไร่ จากแผนการปลูกข้าวนาปีในเขตชลประทานลุ่มเจ้าพระยา 7 ล้านไร่ เพื่อประคับ ประคองให้มีน้ำใช้การต่อไปได้อีก 40 วัน เพื่อรอฝนมาเติมช่วงปลายเดือน ก.ค.นี้ โดยได้แจ้งให้รัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้ว่าราชการจังหวัด 22 จังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ให้รับทราบตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา

นายเลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า คำนวณเบื้องต้นกรณีชาวนาลุ่มเจ้าพระยาในเขตพื้นที่ชลประทานปลูกข้าวนาปีขณะนี้ 2.8 ล้านไร่ ตามแผนการจัดสรรน้ำของกรมชลประทาน 7 ล้านไร่ มีพื้นที่ที่ยังไม่ได้ปลูกประมาณ 4.2 ล้านไร่ หากพื้นที่จำนวนนี้ไม่สามารถปลูกข้าวนาปีได้อย่างสิ้นเชิงจะทำให้ผลผลิตข้าวหายไปประมาณ 2.1 ล้านตัน โดยคิดเฉลี่ยจากผลผลิตต่อไร่ข้าวนาปีลุ่มเจ้าพระยา 500 กก.ต่อไร่ และคิดเป็นมูลค่าข้าวที่หายไปประมาณ 15,750 ล้านบาท คำนวณจากราคาข้าวขาวในตลาดตันละ 7,500 บาท อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าน่าจะยังมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมเนื่องจากยังเหลือฤดูฝนนานถึง 4 เดือน และชาวนา ในลุ่มเจ้าพระยาน่าจะปลูกข้าวได้มากกว่าที่ประเมินในเบื้องต้น.

ข้อมูลจาก thairath.co.th/content/504091
สั่งซื้อสินค้า จาก ฟาร์มเกษตร โทร 090-592-8614 ส่งฟรีถึงบ้าน เก็บเงินปลายทาง
ผลิตภัณฑ์บำรุงพืชและระบบโภชนาการพืช พัฒนาเพื่อเสริมประสิทธิภาพการเจริญเติบโต เพิ่มคุณภาพผลผลิต และฟื้นฟูสมดุลดินอย่างยั่งยืน
ดูโบรชัวร์รายการสินค้าสำหรับ
นาข้าว | ไร่มันสำปะหลัง | ไร่อ้อย
Humic FK (ฮิวมิค FK)
จุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูดิน กระตุ้นการพัฒนาราก เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมธาตุอาหาร และช่วยฟื้นฟูความแข็งแรงของพืช
ดูโบรชัวร์สินค้า
FK-1 (ปุ๋ยทางใบ FK-1)
ปุ๋ยทางใบระบบ 2 ส่วน ประกอบด้วย NPK เข้มข้น เสริม Mg และ Zn เพื่อเร่งการเจริญเติบโตและเพิ่มศักยภาพผลผลิต
ดูโบรชัวร์สินค้า
Meldar (เมลด้า Mg 5% + Zn 1%)
สูตรแมกนีเซียมและสังกะสี ช่วยเสริมการสังเคราะห์แสง เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการเมตาบอลิซึมของพืช
ดูโบรชัวร์สินค้า
Calpha (แคลฟ่า Ca 10% + B 1%)
สูตรแคลเซียมและโบรอน ช่วยเสริมความแข็งแรงผนังเซลล์ เพิ่มคุณภาพดอก และเพิ่มความแน่นของผล
ดูโบรชัวร์สินค้า
FK-3 (ปุ๋ยทางใบ FK-3)
ปุ๋ยทางใบสูตร 5-10-40 + Mg + Zn เน้นโพแทสเซียมสูง เพื่อเสริมการขยายผล การเคลื่อนย้ายอาหาร และเพิ่มคุณภาพผลผลิต
ดูโบรชัวร์สินค้า
Pannon (แพนน่อน แมนโคเซป)
สารป้องกันกำจัดเชื้อราแมนโคเซป ออกฤทธิ์แบบสัมผัส ใช้เพื่อการป้องกันโรคพืช ช่วยรักษาเสถียรภาพสุขภาพพืช
ดูโบรชัวร์สินค้า
ติดต่อ FarmKaset
หากมีคำถาม ข้อเสนอแนะ หรือปัญหาการใช้งานแอป สามารถติดต่อทีมงาน FarmKaset ได้โดยตรง
LINE ID : @FarmKaset

Popular posts from this blog

โรคของพืชตระกูลมะเขือ มะเขือใบเหลือง มะเขือใบไหม้ มะเขือใบแห้ง ใบด่าง โรคมะเขือจากเชื้อรา และการป้องกันกำจัด

แมลงศัตรูพืชที่ควรรู้จัก ตอนที่ 7

โรคมะพร้าวยอดเน่า โรคใบจุดมะพร้าว โรคมะพร้าวต่างๆ ที่มีต้นเหตุจากเชื้อรา แก้ด้วย ไอเอส