ข้าวหอมเวียดนาม ตั้งเป้าล้มไทย


จับตาข้าวหอมพันธุ์ใหม่เวียดนาม อีก 8 ปี ตั้งเป้าล้มข้าวหอมมะลิไทย
       
แม้การประกวดข้าวที่นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม เมื่อ 4 ปีก่อน ที่มีการนำตัวอย่างข้าวทั่วโลกกว่า 30 สายพันธุ์มาจัดอันดับ โดยพิจารณาจากรสชาติ สี และคุณภาพ ในงานการประชุมข้าวโลกโดยองค์กรไรซ์ เทรดเดอร์ ข้าวหอมมะลิของไทยสูญเสียตำแหน่งแชมป์ข้าวรสชาติดีที่สุดในโลกให้แก่ข้าว เพียร์ล ปาว ซาน (Pearl Paw San) ของพม่า ที่คว้ารางวัลข้าวรสชาติดีที่สุดไปครองเนื่องจากไม่มีการใส่ส่วนผสมอื่นใดก็ตาม แต่ นายชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ์ อธิบดีกรมการข้าว ยืนยันว่าข้าวไทยยังเป็นข้าวที่ดีที่สุดในโลก แต่ก็น่าจับตามองประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม ที่แอบซุ่มวิจัยข้าวหอมมาแข่งกับประเทศไทยโดยตรง และประกาศจะล้มข้าวหอมมะลิของไห้ได้ในเร็วๆ นี้


"ผมเพิ่งเดินทางไปประเทศเวียดนามเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ทราบว่าขณะนี้ประเทศเวียดนามกำลังวิจัยพัฒนาพันธุ์ข้าวหอมคล้ายข้าวหอมมะลิไทย และมีแปลงทดลองในพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ ที่สำคัญเวียดนามประกาศอย่างชัดเจนว่าเขาจะล้มข้าวหอมมะลิของไทยภายใน 8 ปีข้างหน้า หรือในปี 2020 (2562) ตรงนี้เราไม่ควรประมาท เพราะภาคการเกษตรโดยเฉพาะการปลูกข้าวของเวียดนามกำลังมาแรง"  นายชัยฤทธิ์ กล่าวในรายการ "เกษตรทำกินกับคม ชัด ลึก" ทางช่องระวังภัยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
       
สำหรับข้าวหอมของเวียดนามนั้น เมื่อปี 2550 หนังสือพิมพ์เวียดนามอีโคโนมิคไทมส์ ลงตีพิมพ์ว่า โดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทเวียดนามว่า นักวิทยาศาสตร์ของกระทรวงเกษตรเวียดนาม กำลังซุ่มวิจัยและทดลองข้าวสายพันธุ์ใหม่ๆ หลายสายพันธุ์มาตั้งแต่ปี 2548 รวมทั้งมีการทดลองปลูกข้าวหอม 6 สายพันธุ์ ซึ่งเตรียมส่งเสริมให้ชาวนาปลูกในพื้นที่ 7 จังหวัด บริเวณที่ราบปากแม่น้ำโขง หรือเขตแม่โขงเดลต้า ซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ นอกจากนี้เวียดนามสามารถปลูกข้าวพันธุ์ใหม่ไฮบริด หรือลูกผสมได้ไร่ละถึง 2,000 กิโลกรัม ซึ่งนับเป็นก้าวครั้งสำคัญของผู้ส่งออกข้าวอันดับ 2 ของโลก
       

นายชัยฤทธิ์ ระบุว่า แม้จะมีการอ้างว่าข้าวหอมมะลิของไทยสูญเสียตำแหน่งแชมป์ข้าวรสชาติดีที่สุดในโลกให้แก่ข้าว Pearl Paw San ของพม่า ก็ตาม แต่เขายืนยันว่าข้าวไทยยังเป็นข้าวที่ดีที่สุดในโลก เขาจะไม่ยอมให้เสียแชมป์ทั้งที่ข้าวที่มีรสชาติดีที่สุด การการส่งออกมากที่สุดในโลก ขณะนี้กรมการข้าวได้กำหนดยุทธศาสตร์การวิจัยข้าว พ.ศ.2555-2559 เน้น 3 ด้าน คือ ยุทธศาสตร์การวิจัยและพัฒนาข้าว  ยุทธศาสตร์การผลิตและการกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าว และยุทธศาสตร์การต่างประเทศของกรมการข้าว เพื่อเป็นการรองรับการรวมประเทศในกรอบของประชาคมเศษรฐกิจอาเซียน หรือเออีซี เพราะถึงเวลานั้นประเทศผู้ผลิตต้องการแข่งขันที่สูงขึ้นแน่นอน
       
"ตอนนี้กรมข้าวเรามีนักวิจัยรุ่นใหม่ถึง 164 คน พร้อมที่จะเดินหน้างานวิจัยเพื่อพัฒนาข้าวของไทย ผมยืนยันได้ว่าเราได้เปรียบประเทศอื่นทั่วโลก ตอนนี้คู่แข่งของเราในอาเซียนมีประเทศเวียดนามกับประเทศพม่า หากระดับโลกมีจีนกับอินเดียเพิ่มขึ้น แต่เรายังได้เปรียบประเทศเหล่านี้หลายเท่า เพราะเรามีข้าวที่เก็บไว้ในศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานีกว่า 2 หมื่นสายพันธุ์ ในจำนวนนี้เป็นข้าวพื้นเมืองกว่า 1.7 หมื่นสายพันธุ์ และที่กรมวิชาการเกษตรประกาศรับรองสายพันธุ์ข้าวแล้ว 120 สายพันธุ์เป็นข้าวพื้นเมือง 57 สายพันธุ์ และข้าวลูกผสมอีก 63 สายพันธุ์ถือว่ามากพอที่จะให้เกษตรกรเลือกนำไปปลูกในพื้นที่เหมาะสม อนาคตเราจะนำสายพันธุ์ใดก็ได้มาต่อยอด หรือทำเป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ เพื่อพัฒนาข้าวไทยให้ผลผลิตอย่างน้อยไร่ละ 800 กก." อธิบดีกรมการข้าวกล่าว
       

กระนั้นการที่จะทำให้ข้าวไทยต้องเป็นหนึ่งของโลก จึงขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนด้วย โดยเฉพาะชาวนาต้องมุ่นเน้นในการผลิตข้าวที่มีคุณภาพ ข้าวที่ผ่านมาตรฐานจีเอพี (GAP) หรือข้าวอินทรีย์ เน้นในเรื่องสุขภาพผู้บริโภค และให้ข้าวเป็นยา เป็นต้น นอกจากนั้นหาแนวทางลดต้นทุน โดยเฉพาะสารเคมีและปุ๋ยเคมี ซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตถึง 35% เพื่อจะได้แข่งในตลาดโลกได้ ซึ่งทราบกันดีว่าปัจจุบันประเทศคู่แข่งในการผลิตข้าวอย่างเวียดนามมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า
       
สอดคล้องกับ ดร.เอนก ศิลปพันธ์  รองกรรมการผู้จัดการบริหาร สายงานวิจัยและพัฒนาพันธุ์ กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร (ซีพีเอส) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการงานวิจัยและพัฒเมล็ดพันธุ์ข้าวของซีพีเอส ก็มั่นใจว่าการที่เวียดนามวิจัยพันธุ์ข้าวหอมเพื่อแข่งกับข้าวหอมมะลิไทย คงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะข้าวหอมมะลิที่จะให้คุณภาพดีต้องมีสภาพภูมิอากาศลักษณะคล้ายกับภาคอีสานของไทยโดยเฉพาะพื้นที่เขตทุ่งกุลาร้องไห้ ที่มีสภาพกลางคืนเย็นแต่จะร้อนในเวลากลางวัน
       
สิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับข้าวเวียดนามคือให้ผลผลิตที่จะเหนือกว่าของไทย เนื่องจากระบบชลประทานค่อนข้างจะสมบูรณ์ โดยเฉพาะในเขตแม่โคขงเดลต้า จุดนี้มีแนวโน้มสูงที่เวียดนามจะกลายเป็นประเทศที่ส่งข้าวออกมากที่สุดในโลกแทนไทยได้เพราะข้าวเวียดนามให้ผลผลิตที่ไร่ละ 875 กก. แต่ผลผลิตเฉลี่ยของข้าวไทยอยู่ที่ไร่ละ 461 กก.ขณะที่จีนอยู่ที่ไร่ละ 1,054 กก.ไร่ และอินโดเนีเซียไร่ละ 774 กก.นอกจากนี้เวียดนามมีการนำเข้าเมล็ดพันธุ์ข้าวลูกผสมมาจากจีนที่ให้ผลผลิตสูงด้วย ตรงนี้จะทำให้ไทยเสียเปรียบได้
       
"การแก้ปัญหาของไทยคือต้องมีการวิจัยพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตสูง ทนต่อโรค เปลี่ยนวิธีการทำนาจากนาหว่านมาเป็นนาดำ อย่างของซีพี ตอนนี้มีการพัฒนาเมล็ดที่ได้รับการรับรองจากกรมข้าวแล้วคือ ซีพี 304 เป็นพันธุ์ข้าวลูกผสมให้ผลผลิตดี ซึ่งจากการนำไปปลูกในพื้นที่ อ.บางเลน ได้ผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ไร่ละ 1,200-1,400 กก. แต่ต้องปลูกในพื้นที่เขตชลประทาน อีกสายพันธุ์เป็นพันธุ์พื้นที่เมือง ซึ่งเกษตรกรนำไปปลูกสามารถเก็บเมล็ดเองได้คือ ซีพี 111 ให้ผลผลิตไร่ 1,000-1,200 กก. " ดร.เอนก กล่าว
       
ก่อนหน้านี้ ดร.เอนก เขียนบทความลงในซีพี อี-นิวส์ (CP e-NEWS) ว่าในปีนี้ 2012 เวียดนามที่ตัวเลขการส่งออกข้าวพุ่งสูงถึง 7 ล้านตันต่อปี แม้แต่อินเดียก็ก้าวขึ้นมาเบียดเวียดนาม ทำสถิติส่งออกข้าว 7 ล้านตันต่อปีเช่นกัน ขณะที่ไทยการส่งออกลดลงเหลือ 6.5 ล้านตันต่อปี โดยลดลงจากปีที่ผ่านมาถึง 39%

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าประเทศไทยจะได้เปรียบทั้งความหลากหลายของสายพันธุ์ และสภาพภูมิประเทศที่เหมาะกับการทำนา แต่เมื่อคู่แข่งประกาศศักดาพร้อมที่จะล้มแชมป์ข้าวไทยให้ได้ ก็ไม่ควรประมาทเป็นอย่างยิ่ง

ข้อมูลจาก
- รายงานเกษตร : โดย ... ดลมนัส กาเจ
- komchadluek.net

รูปภาพจาก
- thaipbs.or.th
- postjung.com
สั่งซื้อสินค้า จาก ฟาร์มเกษตร โทร 090-592-8614 ส่งฟรีถึงบ้าน เก็บเงินปลายทาง
ผลิตภัณฑ์บำรุงพืชและระบบโภชนาการพืช พัฒนาเพื่อเสริมประสิทธิภาพการเจริญเติบโต เพิ่มคุณภาพผลผลิต และฟื้นฟูสมดุลดินอย่างยั่งยืน
ดูโบรชัวร์รายการสินค้าสำหรับ
นาข้าว | ไร่มันสำปะหลัง | ไร่อ้อย
Humic FK (ฮิวมิค FK)
จุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูดิน กระตุ้นการพัฒนาราก เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมธาตุอาหาร และช่วยฟื้นฟูความแข็งแรงของพืช
ดูโบรชัวร์สินค้า
FK-1 (ปุ๋ยทางใบ FK-1)
ปุ๋ยทางใบระบบ 2 ส่วน ประกอบด้วย NPK เข้มข้น เสริม Mg และ Zn เพื่อเร่งการเจริญเติบโตและเพิ่มศักยภาพผลผลิต
ดูโบรชัวร์สินค้า
Meldar (เมลด้า Mg 5% + Zn 1%)
สูตรแมกนีเซียมและสังกะสี ช่วยเสริมการสังเคราะห์แสง เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการเมตาบอลิซึมของพืช
ดูโบรชัวร์สินค้า
Calpha (แคลฟ่า Ca 10% + B 1%)
สูตรแคลเซียมและโบรอน ช่วยเสริมความแข็งแรงผนังเซลล์ เพิ่มคุณภาพดอก และเพิ่มความแน่นของผล
ดูโบรชัวร์สินค้า
FK-3 (ปุ๋ยทางใบ FK-3)
ปุ๋ยทางใบสูตร 5-10-40 + Mg + Zn เน้นโพแทสเซียมสูง เพื่อเสริมการขยายผล การเคลื่อนย้ายอาหาร และเพิ่มคุณภาพผลผลิต
ดูโบรชัวร์สินค้า
Pannon (แพนน่อน แมนโคเซป)
สารป้องกันกำจัดเชื้อราแมนโคเซป ออกฤทธิ์แบบสัมผัส ใช้เพื่อการป้องกันโรคพืช ช่วยรักษาเสถียรภาพสุขภาพพืช
ดูโบรชัวร์สินค้า
ติดต่อ FarmKaset
หากมีคำถาม ข้อเสนอแนะ หรือปัญหาการใช้งานแอป สามารถติดต่อทีมงาน FarmKaset ได้โดยตรง
LINE ID : @FarmKaset
หนังสือวิจัย และเครื่องมือดิจิทัล
คอลเลกชันหนังสือดิจิทัลเชิงวิจัย และเครื่องมือขนาดเล็กที่ออกแบบเพื่อการวางระบบชีวิต การเกษตร และการคำนวณเพื่อการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน
Stable Life Series
Stable Life (Digital Book)
Personal Development Is Not Enough: The Case for Self-Sufficiency
ดูบน Google Play
Fade Roadmap (Digital Book)
From Salary Security to Structured Self-Reliance
ดูบน Google Play
1000 m² Self-Sufficiency (Digital Book)
คู่มือเชิงวิจัยสำหรับการออกแบบระบบพึ่งพาตนเองบนพื้นที่ 1000 ตารางเมตรอย่างยั่งยืน
ดูบน Google Play
องค์ความรู้ด้านการเกษตร
Cassava Systems (Digital Book)
หนังสืออ้างอิงการผลิตมันสำปะหลังเชิงวิทยาศาสตร์ พร้อมเครื่องมือช่วยตัดสินใจสำหรับเกษตรกร
ดูบน Google Play
การปลูกมันสำปะหลัง (Free)
หนังสือการปลูกมันสำปะหลังแบบครบวงจรเชิงระบบ ลึกระดับอ้างอิงทางวิชาการ ในรูปแบบแอปมือถือ
ดูบน Google Play
เครื่องมือคำนวณขนาดเล็ก (Micro Utility Tools)
Agro Fertilizer Calculator (Free)
เครื่องมือคำนวณปุ๋ย NPK อย่างรวดเร็วสำหรับการจัดการธาตุอาหารพืช
ดูบน Google Play
Spray Ratio Calculator (Free)
คำนวณอัตราส่วนการผสมสารสำหรับการพ่นในงานเกษตรอย่างแม่นยำ
ดูบน Google Play
Agro Area Converter (Free)
เครื่องมือแปลงหน่วยพื้นที่เกษตรอย่างรวดเร็ว
ดูบน Google Play
Concrete Calculator (Free)
เครื่องมือคำนวณปริมาตรคอนกรีตสำหรับงานก่อสร้าง
ดูบน Google Play
Time Wage Calculator (Free)
คำนวณมูลค่าของเวลาและค่าแรงในการทำงาน
ดูบน Google Play
Global Gold Price Calculator (Free)
แปลงราคาทองคำโลกให้เป็นมูลค่าในหน่วยท้องถิ่น
ดูบน Google Play
Can I Afford It? (Free)
เครื่องมือประเมินความสามารถในการซื้อก่อนตัดสินใจใช้เงิน
ดูบน Google Play
Car Loan Pro (Free)
เครื่องมือคำนวณสินเชื่อรถยนต์เพื่อการวางแผนการเงิน
ดูบน Google Play

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

โรคของพืชตระกูลมะเขือ มะเขือใบเหลือง มะเขือใบไหม้ มะเขือใบแห้ง ใบด่าง โรคมะเขือจากเชื้อรา และการป้องกันกำจัด

แมลงศัตรูพืชที่ควรรู้จัก ตอนที่ 7

โรคมะพร้าวยอดเน่า โรคใบจุดมะพร้าว โรคมะพร้าวต่างๆ ที่มีต้นเหตุจากเชื้อรา แก้ด้วย ไอเอส