เปิดเหมืองทองล้านไร่ จ่อชงครม.ปลดล็อกอาชญาบัตร 100 ใบแรก คาดผลิตได้ 170 ตัน


กระทรวงอุตสาหกรรม จ่อคลอดนโยบายแร่ทองคำใหม่ หลังถูกดองมา 8 ปี ไม่ปล่อยให้มีการสำรวจ เตรียมชงครม.ไฟเขียว กลางปีนี้ คาดอนุมัติได้ไม่ต่ำกว่า 100 ใบ กินพื้นที่กว่า 1 ล้านไร่ใน 11 จังหวัด มีปริมาณทอง 170 ตัน โดยมีเงื่อนไขแหล่งไหนทองคำหนาแน่นเปิดประมูลแข่ง  ยันมีนักลงทุนรายเก่าอย่างอัคราไมนิ่ง และทุ่งคำ รออนุมัติอยู่แล้ว

    ถือเป็นโจทย์ท้าทายรัฐบาล"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา"กับความคาดหวังการออกอาชญาบัตรพิเศษและประทานบัตรเหมืองทองคำ ในพื้นที่ที่มีศักยภาพสายแร่ทองคำที่กระจายตัวอยู่ในหลายจังหวัดก็ว่าได้ เมื่อกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่(กพร.) ออกมาระบุว่า แม้ยังไม่มีการกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน แต่จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด หลังจากการออกอาชญาบัตรพิเศษและประทานบัตรค้ามานานถึง 8 ปี นับตั้งแต่คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2550 ได้มติให้ชะลอ ออกไปอย่างไม่มีกำหนด

เนื่องจากผลประโยชน์ตอบแทนที่รัฐจะได้รับน้อยเกินไป รวมทั้งระบบการจัดการเหมืองแร่ทองคำยังไม่มีมาตรฐานที่เพียงพอ จึงมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมไปปรับหลักเกณฑ์การให้อาชญาบัตรพิเศษและประทานบัตรใหม่ ซึ่งมั่นใจว่าหากมีการหารือกับผู้มีส่วนได้เสียเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจะเสนอให้ครม.อนุมัติให้ประกาศยื่นขอได้อีกครั้งในรัฐบาลปัจจุบัน

-เดินหน้ารับฟังความเห็น

    นายสุรพงษ์ เชียงทอง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่(กพร.) เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขณะนี้นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เร่งให้กพร.จัดทำนโยบายการสำรวจและให้สัมปทานแร่ทองคำใหม่ เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี จากเดิมที่เคยมีมติให้ชะลอการออกใบอาชญาบัตรพิเศษในการสำรวจแร่ทองคำในสมัยที่นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้รัฐบาลของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี

    เนื่องจากขณะนั้นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ทำหนังสือมายังกระทรวงอุตสาหกรรม ขอให้ทบทวนการให้อาชญาบัตรพิเศษและประทานบัตร จากที่มีผู้มายื่นขอ 8 ราย รวม 66 แปลง พื้นที่สำรวจกว่า 4 แสนไร่ ครอบคลุมในจังหวัดพิจิตร เพชรบูรณ์ สตูล  ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง ร้องเรียนถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและประโยชน์การใช้ที่ดิน

    โดยระหว่างที่ชะลอการให้อาชญาบัตรพิเศษและประทานบัตรแร่ทองคำนั้น ทางครม.ก็มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาข้อมูลการลงทุนสำรวจและทำเหมืองแร่ทองคำในไทย เพื่อกำหนดเป็นนโยบายของรัฐต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาทางกพร.ก็ดำเนินการมาเป็นระยะ จนล่าสุดเมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา กพร.ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการทำเหมืองแร่ทองคำเป็นครั้งที่ 2 ไปแล้ว และในเร็วๆนี้ จะจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย และหลังจากนั้นจะสรุปข้อเสนอแนะต่างๆ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณา เข้าสู่การเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี(ครม.) และหลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการประกาศให้ผู้สนใจเข้ามายื่นขออาชญาบัตรพิเศษ หรือมีการพิจารณาอาชญาบัตรพิเศษที่มีการยื่นขอมาแล้ว ซึ่งเร็วสุดคาดว่าน่าจะดำเนินการได้ในช่วงกลางปีนี้

-พบปริมาณทองสูงถึง170ตัน

    นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันไทยมีปริมาณสำรองทองคำกระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 800 ตัน แต่มีศักยภาพทำเหมืองได้แค่ 170 ตัน ซึ่งที่ผ่านมามีนักลงทุน 7-8 ราย ได้ยื่นขออาชญาบัตรพิเศษ เพื่อขอทำการสำรวจแร่ กระจายอยู่พื้นที่ใน 11 จังหวัด ได้แก่  จังหวัดเลย พิจิตร เพชรบูรณ์ พิษณุโลก ปราจีนบุรี ลพบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี สระบุรี  สตูล และสระแก้ว ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1 ล้านไร่ ในจำนวนนี้มีทั้งผู้ที่ทำเหมืองแร่ทองคำอยู่แล้ว อย่าง บริษัท อัคราไมนิ่ง จำกัด บริษัท ทุ่งคำ จำกัด รวมถึงนักลงทุนรายใหม่จากออสเตรเลีย และจีน ที่แสดงความสนใจเข้ามาลงทุน เป็นต้น

    ทั้งนี้ การให้อาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่แต่ละแปลงจะอนุมัติได้ไม่เกิน 1 หมื่นไร่ เท่ากับว่าจะสามารถอนุมัติสำรวจแร่ได้ไม่ต่ำกว่า 100 ใบ ซึ่งจะก่อให้เกิดการลงทุนหลายหมื่นล้านบาท ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง

-แข่งเปิดประมูลสำรวจแร่

    โดยหลังจากประกาศนโยบายแร่ทองคำออกมาได้แล้ว คงต้องมาพิจารณาดูว่าอาชญาบัตรที่มีผู้ยื่นขอไว้แล้ว จะสามารถพิจารณาได้เลยทันทีหรือไม่ หรือต้องให้มีการยื่นเข้ามาขอใหม่ ซึ่งอาจต้องพิจารณาเป็นแปลงๆ ไป เนื่องจากนโยบายใหม่ ระบุถึงกรณีที่พื้นที่ที่มีศักยภาพแร่ทองหนาแน่น และมีผู้ยื่นขออาชญาบัตรพิเศษ จำนวนหลายราย จะต้องมีการเปิดประมูลสิทธิ์ในที่ดิน โดยเสนอผลตอบแทนสูงสุดแก่รัฐ เพื่อเป็นการป้องกันการยื่นขอที่ซ้ำซ้อนกัน และยังเป็นการกระจายการสำรวจแร่สู่รายใหม่ๆ มากขึ้น จากปัจจุบันที่กระจุกตัวอยู่กับผู้ประกอบการเพียงไม่กี่ราย ที่มีการเสนอขออาชญาบัตรก่อนก็จะได้สิทธิ์ไปก่อนถือเป็นการจองสิทธิ์ไว้ โดยไม่มีการสำรวจ

    ดังนั้น เงื่อนไขใหม่นี้จะช่วยให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้อยากลงทุนจริงๆ และจะช่วยให้เกิดการตื่นตัวที่จะเข้ามาแข่งขันมากขึ้น

-คุมเข้มด้านสิ่งแวดล้อม  

    สำหรับนโยบายแร่ทองคำใหม่นี้ จะมีความพิเศษกว่าฉบับเดิม ซึ่งกพร.จะออกมาตรการคุมเข้มเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยจะต้องพิจารณากลั่นกรองและทำให้เข้มงวดมากขึ้น ทั้งการตรวจสอบการกำกับดูแล และการดูแลพื้นที่เหมืองหลังหมดสัมปทาน โดยพยายามให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมตรวจสอบรับรู้ทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้น และผู้ประกอบการเหมืองแร่ทองคำ จะต้องให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าแก่ชุมชนโดยรอบ เช่น ควรมีโครงการเฝ้าระวังสุขภาพ หรือกองทุนดูแลหมู่บ้าน วัด โรงเรียน ให้กับชุมชนรอบเหมืองพร้อมทั้งได้กำหนดให้ผู้ประกอบการที่ทำเหมืองแร่ทองคำต้องดำเนินการแต่งแร่ทองคำให้บริสุทธิ์ (รีไฟน์) ขึ้นในไทย จากปัจจุบันที่ส่งออกไปรีไฟน์ยังต่างประเทศ ซึ่งจะเกิดการจ้างงานแก่ประชาชนในพื้นที่ด้วย และรายได้เกิดกับประเทศ

    ส่วนกรณีผลประโยชน์ตอบแทนรัฐนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้เกิดประโยชน์ตกแก่รัฐมากที่สุด จากเดิมที่เก็บไม่เกิน 30% ของมูลค่าแร่ ซึ่งต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับมูลค่าแร่ที่ได้ ส่วนจะเก็บในอัตราใดนั้นยังไม่ได้ข้อสรุป จากที่เคยมีการเสนอให้เก็บในอัตรา 40-60% ตามความสมบูรณ์ของแหล่งแร่ทองคำ  

    นอกจากนี้ ยังมีการระบุถึงสัดส่วนการลงทุนของนักลงทุน โดยระหว่างที่มีการสำรวจแร่ทองคำจะไม่กำหนดสัดส่วนของผู้ร่วมทุน แต่เมื่อพบประมาณแร่และนำไปสู่การขอประทานบัตร จะต้องให้ผู้ถือหุ้นฝ่ายไทยสูงกว่าต่างประเทศ เพื่อให้ทรัพยากรแร่ตกอยู่ในประเทศมากที่สุด

  - ตกหลุมอากาศ8ปี

    ด้านนายสมพร อดิศักดิ์พานิชกิจ เลขาธิการสภาการเหมืองแร่  กล่าวในฐานะตัวแทนภาคเอกชนที่มีสมาชิกจากกลุ่มผู้ประกอบการกว่า2 พันรายทั่วประเทศว่า เมื่อ 8 ปีที่แล้วมีการท้วงติงจากหลายฝ่ายว่ารัฐต้องปรับปรุงเงื่อนไขในการอนุญาตทำเหมืองทองคำโดยเฉพาะประเด็นผลตอบแทนของภาครัฐ เช่น ค่าภาคหลวง และเรื่องผลตอบแทนที่รัฐควรได้รับ

    ทั้งนี้เนื่องจากแร่ทุกตัวเวลาออกประทานบัตรจะต้องมีเกณฑ์กำหนดว่ารัฐจะได้ผลตอบแทนเท่าไหร่ในแต่ละประทานบัตรนั้นๆซึ่งไม่เท่ากัน เช่น หินปูนคำนวณว่ามีจำนวนกี่ล้านตันก็จะมีราคาประเมินจากรัฐกำหนด โดยผลตอบแทนรัฐเก็บจากมูลค่าแร่สำรองในประทานบัตรนั้นๆ

    นอกจากนี้ 8 ปีที่เราเสียเวลายังเกิดจากที่เปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่ และปัญหาการเมืองภายในประเทศยังไม่เรียบร้อย ทำให้การพิจารณาปรับปรุงเงื่อนไขในการอนุญาตทำเหมืองทองคำล่าช้าต่อเนื่อง  ซึ่งขณะนั้นมีผู้ประกอบการที่สนใจจะเข้าสำรวจแหล่งแร่ทองคำที่ค้างการพิจารณาในขั้นคำขออาชญาบัตรเป็นจำนวนหลายแปลง  เมื่อกระทรวงอุตสาหกรรมได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวจนคืบหน้าและพร้อมออกอาชญาบัตรสำรวจเหมืองแร่ทองคำ โดยที่ภาครัฐได้ประโยชน์จากผลตอบแทนจากเหมืองแร่ทองคำมากขึ้นแล้วถือเป็นเรื่องดีต่อประเทศ

    นายสมพร อธิบายถึงขั้นตอนการทำเหมืองแร่ชนิดต่างๆนั้น จะเริ่มต้นจาก 1.ขออาชญาบัตรเพื่อสำรวจแร่ในพื้นที่ต่างๆ 2.นำผลสำรวจมาขอประทานบัตร 3. สำรวจรายละเอียดอีกครั้งพร้อมเปิดทำเหมือง  ซึ่งปัจจุบันจะมีผู้ประกอบการที่ทำเหมืองแร่ทองคำแล้ว เช่น บริษัทอัคราไมนิ่ง จำกัด  ที่จังหวัดพิจิตร และ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ที่จังหวัดเลย  ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีชุมชนคัดค้านปัญหาสิ่งแวดล้อมอยู่อย่างต่อเนื่อง

    "เสียงคัดค้านในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ต่างๆ ถือเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดขึ้นได้ เพราะสังคมเปลี่ยนแปลงไปมาก  ดังนั้นภาครัฐจะต้องไปดูข้อเท็จจริงว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านนั้นมีมาตรการป้องกันอย่างไร ขณะเดียวกันรัฐก็ต้องดูว่าโครงการในลักษณะนี้มีผลดีต่อเศรษฐกิจรวมของประเทศอย่างไร ภาคเอกชนและรัฐบาลมีมาตรการดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมดีหรือไม่ ก่อนที่จะปล่อยอาชญาบัตรหรือประทานบัตรให้แก่ผู้ประกอบการ"

    สำหรับแหล่งที่เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพของแร่ทองคำนั้นจะกระจายอยู่หลายจังหวัด เช่น ลพบุรี พิจิตร เลย พิษณุโลก ปราจีนบุรี นครสวรรค์ ลำปาง  ซึ่งพื้นที่เหล่านี้มีบางแห่งที่ก่อนหน้านี้ผู้เชี่ยวชาญจากออสเตรเลียสำรวจพบว่ามีศักยภาพ โดยเฉพาะพื้นที่ที่จ.พิจิตร

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,049  วันที่   3 -  6  พฤษภาคม  พ.ศ. 2558

http://www.farmkaset.org/html5/contents.aspx?con_id=02190
สั่งซื้อสินค้า จาก ฟาร์มเกษตร โทร 090-592-8614 ส่งฟรีถึงบ้าน เก็บเงินปลายทาง
ผลิตภัณฑ์บำรุงพืชและระบบโภชนาการพืช พัฒนาเพื่อเสริมประสิทธิภาพการเจริญเติบโต เพิ่มคุณภาพผลผลิต และฟื้นฟูสมดุลดินอย่างยั่งยืน
ดูโบรชัวร์รายการสินค้าสำหรับ
นาข้าว | ไร่มันสำปะหลัง | ไร่อ้อย
Humic FK (ฮิวมิค FK)
จุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูดิน กระตุ้นการพัฒนาราก เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมธาตุอาหาร และช่วยฟื้นฟูความแข็งแรงของพืช
ดูโบรชัวร์สินค้า
FK-1 (ปุ๋ยทางใบ FK-1)
ปุ๋ยทางใบระบบ 2 ส่วน ประกอบด้วย NPK เข้มข้น เสริม Mg และ Zn เพื่อเร่งการเจริญเติบโตและเพิ่มศักยภาพผลผลิต
ดูโบรชัวร์สินค้า
Meldar (เมลด้า Mg 5% + Zn 1%)
สูตรแมกนีเซียมและสังกะสี ช่วยเสริมการสังเคราะห์แสง เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการเมตาบอลิซึมของพืช
ดูโบรชัวร์สินค้า
Calpha (แคลฟ่า Ca 10% + B 1%)
สูตรแคลเซียมและโบรอน ช่วยเสริมความแข็งแรงผนังเซลล์ เพิ่มคุณภาพดอก และเพิ่มความแน่นของผล
ดูโบรชัวร์สินค้า
FK-3 (ปุ๋ยทางใบ FK-3)
ปุ๋ยทางใบสูตร 5-10-40 + Mg + Zn เน้นโพแทสเซียมสูง เพื่อเสริมการขยายผล การเคลื่อนย้ายอาหาร และเพิ่มคุณภาพผลผลิต
ดูโบรชัวร์สินค้า
Pannon (แพนน่อน แมนโคเซป)
สารป้องกันกำจัดเชื้อราแมนโคเซป ออกฤทธิ์แบบสัมผัส ใช้เพื่อการป้องกันโรคพืช ช่วยรักษาเสถียรภาพสุขภาพพืช
ดูโบรชัวร์สินค้า
ติดต่อ FarmKaset
หากมีคำถาม ข้อเสนอแนะ หรือปัญหาการใช้งานแอป สามารถติดต่อทีมงาน FarmKaset ได้โดยตรง
LINE ID : @FarmKaset
หนังสือวิจัย และเครื่องมือดิจิทัล
คอลเลกชันหนังสือดิจิทัลเชิงวิจัย และเครื่องมือขนาดเล็กที่ออกแบบเพื่อการวางระบบชีวิต การเกษตร และการคำนวณเพื่อการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน
Stable Life Series
Stable Life (Digital Book)
Personal Development Is Not Enough: The Case for Self-Sufficiency
ดูบน Google Play
Fade Roadmap (Digital Book)
From Salary Security to Structured Self-Reliance
ดูบน Google Play
1000 m² Self-Sufficiency (Digital Book)
คู่มือเชิงวิจัยสำหรับการออกแบบระบบพึ่งพาตนเองบนพื้นที่ 1000 ตารางเมตรอย่างยั่งยืน
ดูบน Google Play
องค์ความรู้ด้านการเกษตร
Cassava Systems (Digital Book)
หนังสืออ้างอิงการผลิตมันสำปะหลังเชิงวิทยาศาสตร์ พร้อมเครื่องมือช่วยตัดสินใจสำหรับเกษตรกร
ดูบน Google Play
การปลูกมันสำปะหลัง (Free)
หนังสือการปลูกมันสำปะหลังแบบครบวงจรเชิงระบบ ลึกระดับอ้างอิงทางวิชาการ ในรูปแบบแอปมือถือ
ดูบน Google Play
เครื่องมือคำนวณขนาดเล็ก (Micro Utility Tools)
Agro Fertilizer Calculator (Free)
เครื่องมือคำนวณปุ๋ย NPK อย่างรวดเร็วสำหรับการจัดการธาตุอาหารพืช
ดูบน Google Play
Spray Ratio Calculator (Free)
คำนวณอัตราส่วนการผสมสารสำหรับการพ่นในงานเกษตรอย่างแม่นยำ
ดูบน Google Play
Agro Area Converter (Free)
เครื่องมือแปลงหน่วยพื้นที่เกษตรอย่างรวดเร็ว
ดูบน Google Play
Concrete Calculator (Free)
เครื่องมือคำนวณปริมาตรคอนกรีตสำหรับงานก่อสร้าง
ดูบน Google Play
Time Wage Calculator (Free)
คำนวณมูลค่าของเวลาและค่าแรงในการทำงาน
ดูบน Google Play
Global Gold Price Calculator (Free)
แปลงราคาทองคำโลกให้เป็นมูลค่าในหน่วยท้องถิ่น
ดูบน Google Play
Can I Afford It? (Free)
เครื่องมือประเมินความสามารถในการซื้อก่อนตัดสินใจใช้เงิน
ดูบน Google Play
Car Loan Pro (Free)
เครื่องมือคำนวณสินเชื่อรถยนต์เพื่อการวางแผนการเงิน
ดูบน Google Play

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

โรคของพืชตระกูลมะเขือ มะเขือใบเหลือง มะเขือใบไหม้ มะเขือใบแห้ง ใบด่าง โรคมะเขือจากเชื้อรา และการป้องกันกำจัด

แมลงศัตรูพืชที่ควรรู้จัก ตอนที่ 7

โรคมะพร้าวยอดเน่า โรคใบจุดมะพร้าว โรคมะพร้าวต่างๆ ที่มีต้นเหตุจากเชื้อรา แก้ด้วย ไอเอส