ม.เกษตรฯสุดยอดได้อีก! วิจัยปลานิลกระชังไร้กลิ่นโคลน


นักวิจัย ม.เกษตรฯได้รับทุน สกว.ศึกษาหาปัจจัยส่งเสริมอุตสาหกรรมปลานิล ระบุไทยเป็นแหล่งผลิตอันดับ 5 ของโลก แต่ปริมาณส่งออกต่ำเหตุปลามีกลิ่นโคลนที่ไม่พึงประสงค์ของตลาดยุโรป แนะแก้ปัญหาโดยเลี้ยงในกระชังแทนบ่อดิน พร้อมปรับสภาพแวดล้อม ลดต้นทุนการใช้ยาและสารเคมี
ดร.ประพันธ์ศักดิ์ ศีรษะภูมิ ภาควิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวในงานสัมมนาวิชาการเรื่อง “การศึกษาและการประเมินผลกระทบของปัจจัยเสี่ยงที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงปลานิล (oreochromis niloticus) ของประเทศไทย”

จัดโดยฝ่ายเกษตร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ว่า ปลานิลเป็นปลาที่มีความสำคัญที่สุดในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในศตวรรษที่ 21 ประเทศไทยเราผลิตปลานิลได้เป็นอันดับ 5 ของโลก คือปีละมาณ 240,000 ตัน ผลผลิตกว่า 90% ใช้บริโภคภายในประเทศ และ 10% ส่งออกไปยังต่างประเทศ ทั้งนี้ สาเหตุที่ปลานิลไทยไม่ได้รับความนิยมหรือยังมีร้อยละของการส่งออกต่ำเป็นเพราะปลามีกลิ่นโคลน ซึ่งเป็นกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ (Off Flavor) ของชาวยุโรป


ทั้งนี้ สกว.ให้ทุนสนับสนุนดำเนินโครงการศึกษาการประเมินผลกระทบของปัจจัยเสี่ยงที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงปลานิลในบางพื้นที่สำคัญของประเทศไทย พบว่า โรคระบาดที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลของไทยตอนนี้ คือ โรคระบาดที่เกิดจากเชื่อแบคทีเรีย โดยจะพบในปลาที่มีขนาด 300 - 800 กรัม ซึ่งเป็นขนาดที่เกษตรกรกำลังจะจำหน่ายได้พอดี


นอกจากเชื้อแบคทีเรียประเภทต่างๆ แล้ว สิ่งที่เกษตรกรต้องให้ความสนใจและพึงระวังในการเลี้ยงปลานิลคือ คุณภาพน้ำ เพราะถ้าคุณภาพน้ำมีการเปลี่ยนแปลงจะทำให้ปลาตาย 100% โดยอุณหภูมิน้ำที่มีความเหมาะสมต่อการเลี้ยงปลานิล คือ 28-30 องศาเซลเซียสนอกจากนี้การให้ยาปฏิชีวนะก็เป็นสิ่งสำคัญต่อผู้บริโภค กล่าวคือ ถ้าจะส่งปลาไปจัดจำหน่ายควรหยุดการให้ยาใดๆทั้งสิ้นเป็นเวลา 14-21 วัน จากการศึกษาพบว่า คุณภาพของเนื้อปลาที่เลี้ยงในระบบกระชังจะดีกว่าปลาที่เลี้ยงในบ่อดิน

ด้าน ผศ.เยาวรัตน์ ศรีวรานันท์ จากภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หนึ่งในนักวิจัยของโครงการ กล่าวเสริมว่า จากการ “ศึกษาและการประเมินผลกระทบของปัจจัยเสี่ยงที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบการตลาด ต้นทุนผลตอบแทนและการจัดการของการเลี้ยงปลานิลของประเทศไทย” พบว่า ปลานิลเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ราคามีความอ่อนไหวและผันผวนสูง การเลี้ยงปลานิลในแบบกระชังจะให้รายได้สุทธิน้อยกว่าการเลี้ยงแบบบ่อดิน เวลาคำนวณต้นทุนการผลิตจริงๆ ต้องอาศัยทักษะในการผลิต บวกกับความรู้ในเรื่องการจัดการ


หลายครั้งเกษตรกรจะพบว่าขายปลาได้จำนวนเงินมาก แต่ได้กำไรน้อยกว่าที่คิดไว้ เพราะหมดเปลืองไปกับต้นทุนด้านยาปฏิชีวนะ เพราะผู้เลี้ยงส่วนใหญ่มีความคิดว่าต้องให้ยาหลายๆ ชนิดเพื่อการป้องกันโรคได้อย่างครอบคลุม ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองต้นทุนโดยไม่สมเหตุสมผล ดังนั้น เกษตรกรจึงต้องสังเกตคุณภาพของปลาที่เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอว่า แนวโน้มจะเป็นโรคอะไร แล้วรักษาไปตามอาหารของโรคนั้นมากกว่าการให้ยาหลายๆ ตัวไปพร้อมกัน


ทั้งนี้ ดร.ประพันธ์ศักดิ์ กล่าวสรุปว่า สิ่งที่เกษตรกรต้องคำนึงถึงในการเพาะเลี้ยงปลานิลคือ ปัจจัยสำคัญด้านรูปแบบการเลี้ยง ทำเลที่ตั้งของฟาร์ม คุณภาพของลูกพันธุ์ปลา การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ การเปลี่ยนแปลงของคุณภาพน้ำระหว่างการเลี้ยง การใช้ยาและสารเคมี อาหารและการจัดการตามหลักการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หากสามารถดูแลควบคุมปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ให้ดีได้ จะทำให้เกษตรกรประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงปลานิลและได้กำไรตามที่คาดการณ์ไว้

จาก bangkokbiznews.com

http://www.farmkaset.org/html5/contents.aspx?con_id=02132
สั่งซื้อสินค้า จาก ฟาร์มเกษตร โทร 090-592-8614 ส่งฟรีถึงบ้าน เก็บเงินปลายทาง
ผลิตภัณฑ์บำรุงพืชและระบบโภชนาการพืช พัฒนาเพื่อเสริมประสิทธิภาพการเจริญเติบโต เพิ่มคุณภาพผลผลิต และฟื้นฟูสมดุลดินอย่างยั่งยืน
ดูโบรชัวร์รายการสินค้าสำหรับ
นาข้าว | ไร่มันสำปะหลัง | ไร่อ้อย
Humic FK (ฮิวมิค FK)
จุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูดิน กระตุ้นการพัฒนาราก เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมธาตุอาหาร และช่วยฟื้นฟูความแข็งแรงของพืช
ดูโบรชัวร์สินค้า
FK-1 (ปุ๋ยทางใบ FK-1)
ปุ๋ยทางใบระบบ 2 ส่วน ประกอบด้วย NPK เข้มข้น เสริม Mg และ Zn เพื่อเร่งการเจริญเติบโตและเพิ่มศักยภาพผลผลิต
ดูโบรชัวร์สินค้า
Meldar (เมลด้า Mg 5% + Zn 1%)
สูตรแมกนีเซียมและสังกะสี ช่วยเสริมการสังเคราะห์แสง เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการเมตาบอลิซึมของพืช
ดูโบรชัวร์สินค้า
Calpha (แคลฟ่า Ca 10% + B 1%)
สูตรแคลเซียมและโบรอน ช่วยเสริมความแข็งแรงผนังเซลล์ เพิ่มคุณภาพดอก และเพิ่มความแน่นของผล
ดูโบรชัวร์สินค้า
FK-3 (ปุ๋ยทางใบ FK-3)
ปุ๋ยทางใบสูตร 5-10-40 + Mg + Zn เน้นโพแทสเซียมสูง เพื่อเสริมการขยายผล การเคลื่อนย้ายอาหาร และเพิ่มคุณภาพผลผลิต
ดูโบรชัวร์สินค้า
Pannon (แพนน่อน แมนโคเซป)
สารป้องกันกำจัดเชื้อราแมนโคเซป ออกฤทธิ์แบบสัมผัส ใช้เพื่อการป้องกันโรคพืช ช่วยรักษาเสถียรภาพสุขภาพพืช
ดูโบรชัวร์สินค้า
ติดต่อ FarmKaset
หากมีคำถาม ข้อเสนอแนะ หรือปัญหาการใช้งานแอป สามารถติดต่อทีมงาน FarmKaset ได้โดยตรง
LINE ID : @FarmKaset

Popular posts from this blog

โรคของพืชตระกูลมะเขือ มะเขือใบเหลือง มะเขือใบไหม้ มะเขือใบแห้ง ใบด่าง โรคมะเขือจากเชื้อรา และการป้องกันกำจัด

แมลงศัตรูพืชที่ควรรู้จัก ตอนที่ 7

โรคมะพร้าวยอดเน่า โรคใบจุดมะพร้าว โรคมะพร้าวต่างๆ ที่มีต้นเหตุจากเชื้อรา แก้ด้วย ไอเอส